ขอต้อนรับสู่ Thailandoutdoor! | Log In or Register
จัดส่งฟรี เมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ 30,000 บาท

 

การใช้งานฟังก์ชั่น AMBIT3 Recovery

 

เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งและติดตามการฟื้นฟูร่างกายกับ SUUNTO AMBIT3 ได้อย่างง่ายๆด้วย ฟังก์ชั่น Recovery ใน เป็นการร่วมมือกับ Firstbeat Technology ได้เพิ่ม Features การวัดประสิทธิภาพของการวิ่ง, วัดการฟื้นฟูร่างกายหลังจากตื่นนอน และ ทดสอบวัดการฟื้นฟูแบบรวดเร็ว

 

“Training” - หมายถึงการฝีกซ้อมเพื่อความก้าวหน้า เป็นการหาความสมดุลระหว่างความเครียดและการฟื้นฟู คุณสามารถออกกำลังอย่างหนัก แต่คุณต้องการเวลาในการฟื้นฟู เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณก้าวไปขั้นต่อไปได้

 

RECOVERY TIME – ช่วงเวลาที่ใช้ในการฟื้นฟู

 

Recover time เป็นการคาดคะเนเวลาที่ร่างการต้องใช้ในการพักฟื้นหลังการออกกำลังกาย เวลาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความเข้มข้นของช่วงเวลาของการออกกำลังกาย พร้อมกับความเหนื่อยล้า หรือการสะสมของความเหนื่อยล้าในระยะเวลาที่ผ่านไป Recover time จะเพิ่มหรือสะสมจากช่วงเวลาหนึ่งไปเรื่อยๆได้ถ้าคุณออกกำลังกายก่อนที่ Recovery time จะครบ โดยแสดงเป็น Graph บนนาฬิกา 

 

สิ่งหนี่งที่สำคัญมาก “Recovery Time”-ที่แสดงเป็นการประเมินจากกิจกรรมที่คุณทำกับ Ambit3 เท่านั้น เพราะว่ามันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมอื่นของคุณว่า คุณนอนหลับเพียงพอหรือไม่ คุณเป็นไข้หรือเปล่า หรือคุณได้สารอาหารครบถ้วนสำหรับการ Recovery ของคุณหรือเปล่า

 

Recovery Status - ระดับของการฟื้นฟูของร่างกาย

 

ระดับของการฟื้นฟูจะบอกถึงระดับความเครียดของประสาทส่วนกลาง ระดับความเครียดน้อย แสดงถึงระดับการฟื้นฟูที่สมบูรณ์ การที่เราทราบระดับของการฟื้นฟูของร่างการเราจะช่วยให้เราจัดการการออกกำลังกายได้ดี และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บหรือการออกกำลังที่มากเกินไป ในการวัดจำเป็นต้องใส่ Heart Rate Monitor (มาพร้อมกับ Ambit3) ซึ่งสามารถวัดการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำจากคลื่น EKG ของหัวใจ

Suunto Ambit3 ทุกรุ่นสามารถวัดได้ สองแบบโดยใส่ Heart Rate Monitor เพียง 3 นาทีเพื่อดูระดับการฟื้นฟูเป็นเปอร์เ้ซนต์ หรือคุณสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจในขณะที่หลับ เพื่อดูระดับการฟื้นฟูที่แม่นยำในตอนเช้าหลังจากตื่นนอน

 

ผลการวัดและคำอธิบาย

 

81-100 ฟื้นฟูเต็มที่ สามารถออกกำลังกายที่ระดับหนักมากในขั้นต่อไปได้

51-80 ฟื้นฟูแล้ว สามารถออกกำลังกายที่ระดับหนักในขั้นต่อไปได้

21- 50 ร่างกายกำลังฟื้นฟู สามารถออกกำลังกายเบาๆได้

0 – 20 ยังไม่ฟื้นฟู ต้องการการพักผ่อน

 

การวัดประสิทธิภาพของการวิ่ง

 

ระดับของประสิทธิภาพในการวิ่งจะวิเคราะห์จากการเต้นของหัวใจและความเร็วในขณะที่คุณวิ่ง Ambit3 จะแสดงระดับของประสิทธิภาพแบบ Real-time ในขณะนั้นเทียบกับประสิทธิภาพการวิ่งโดยเฉลี่ย นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบให้เห็นเป็นแบบ Trend Graph ใน 30 วันของการวิ่งที่ผ่านมา นักวิ่งมาราธอน สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการทำความเ้ข้าใจและจัดการการเหนื่อยล้า ระหว่างการวิ่งในระยะทางไกล หรือในระหว่างการแข่งขัน ข้อมูลนี้จะช่วยจัดการ Pace ไ้ด้อย่างถูกต้อง

 

การปรับแต่ง

 

เมื่อคุณเริ่มต้นใช้ Recovery Test ของ Ambit3 จำเป็นต้องมีการปรับแต่งเพื่อความถูกต้อง การปรับแต่งจะสร้างระดับของ “การฟื้นฟูอย่างเต็มที่” ของร่างกายคุณ แต่ละการทดสอบ Ambit3 จะปรับแต่งระดับของผลลัพธ์ เพื่อให้ตรงกับช่วง HR ของคุณ

คุณต้องทำการทดสอบ 3 ครั้งสำหรับทั้ง Sleep recovery และ Quick Recovery Test การทดสอบไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับ แต่มันต้องทดสอบภายใน 12 ชั่วโมง การทดสอบจะต้องทำให้เสร็จในช่วงที่ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู หรือ Recovery Time หรือง่ายๆว่าให้ทำการทดสอบเมื่อคุณอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่ได้อยู่ในช่วงพักจากการออกกำลังกายหรืออยู่ในระหว่างเจ็บป่วย 

ระหว่างการปรับแต่ง อาจจะได้ผลลัพธ์ที่สูงหรือต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นช่วงที่นาฬิกากำลังปรับแต่งจนกระทั้งเสร็จสมบูรณ์ โดยผลลัพธ์จะแสดงเมื่อคุณเข้าไปดูใน Logbook

 

SLEEP RECOVERY TEST

การทดสอบการฟื้นฟูในระหว่างนอนหลับเป็นของบริษัท Firstbeat จะแสดงระดับของการฟื้นฟูหลังจากการนอนในเวลาค่ำคืน

วิธีการทดสอบการฟื้นฟูในระหว่างการนอน: 

1 สวม HR Belt และมั่นใจว่ามีความชื้นเพียงพอให้ HR Belt ทำงานได้

2 กดปุ่ม [Start Stop] เลือก RECOVERY

3 เลือก SLEEP TEST

4 ถ้าต้องการยกเลิกให้กด Back Lap

5 เมื่อคุณตื่นในตอนเช้าให้เลือกจบการทดสอบโดยการกด [Start Stop] หรือ [Next].

Sleep Recover Test ต้องการเวลาที่หลับสนิทอย่างน้อยสองชั่วโมง การทดสอบไม่ได้รวมความยาวของการนอนทั้งหมด นั่นหมายความว่าคุณอาจได้รับผลลัพธ์เดียวกันหลังจากการนอน 6 หรือ 8 ชั่วโม

ถ้าคุณใช้ Ambit3 ในการปลุก ให้ตั้งเวลาปลุกก่อนที่จะเริ่มทดสอบ และในตอนเช้าให้หยุดการปลุกและการทดสอบ

ในระหว่างการทดสอบคุณจะเห็นเวลาและคำว่า SLEEP TEST บนบรรทัดล่างของนาฬิกา

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด: อย่ากังวลถ้าคุณตื่นขึ้นในเวลากลางคืน มันไม่ได้หมายความว่าการทดสอบจะล้มเหลว การทดสอบจะใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสองชั่วโมงและใช้มันในการวิเคราห์

 

QUICK RECOVERY TEST

 

การทดสอบแบบรวดเร็วเป็นขอบริษัท Firstbeat เช่นเดียวกัน เป็นอีกทางเลือกในการวัดระดับการฟื้นฟู การวัดระดับการฟื้นฟูในระหว่างการนอนจะได้ผลที่แม่นยำที่สุด แต่ในบางครั้งการสวมใส่ HR Belt ในระหว่างการนอนทั้งคืนอาจจะไม่สะดวก การทดสอบระดับการฟื้นฟูแบบรวดเร็วใช้เวลาแค่ 2-3 นาที สำหรับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ในนอนราบ ผ่อนคลายและไม่เคลื่อนไหวระหว่างการทดสอบ เราแนะนำให้ทำการทดสอบในตอนเช้าหลังจากตื่นนอน จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในช่วงวันต่อวัน

 

วิธีการทดสอบระดับของการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว:

1 สวม HR Belt และมั่นใจว่ามีความชื้นเพียงพอให้ HR Belt ทำงานได้

2 นอนราบและผ่อนคลายในสภาวะแวดล้อมที่เงียบปลอดการรบกวน

3 กดปุ่ม [Start Stop], เลื่อนไปที่ RECOVERY ด้วยปุ่ม [Start Stop], และเลือกด้วยปุ่ม [Next].

4 เลื่อนไปที่ Quick test  และเลือกด้วยปุ่ม [Next].

5 รอจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้น

เมื่อการทดสอบเสร็จสิ้น เลื่อนดูผลการทดสอบด้วยปุ่ม [Next] และ [Back Lap] ถ้าอัตราการเต้นต่ำสุดของหัวใจต่ำกว่าระดับการเต้นต่ำสุดของคุณใน Movescount อัตราการเต้นของหัวใจในขณะพักผ่อนจะโดนแทนที่เมื่อคุณทำการ Sync กับ Movescount ในครั้งต่อไป

 

TROUBLE SHOOTING THE RECOVERY TESTS

มีสองเหตุผลที่อาจทำให้การทดสอบล้มเหลว:

1 การสัมผัสผิวไม่เต็มที่หรือแบตเตอรี่ของ HR Belt ต่ำเกินไป

2 ถ้าคุณมีความเครียดมากเกินไปในระหว่างการทดสอบ เช่นหลังจากการออกกำลังกาย การทดสอบจะล้มเหลวได้

ผลจากการทดสอบจะไม่มีผลต่อการประมาณช่วงเวลาในการฟื้นฟูหรือ Recovery Time

 

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Firxstbeat’s scientific white papers ได้ที่

Heart Rate Based Recovery Analysis for Athletic Training

Stress and Recovery Analysis Method Based on 24-hour Heart Rate Variability

 

ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.suunto.com/sports/#!/TutorialTuesday