เลือกเรือแคนู
เรือแคนูเป็นเรือที่เหมาะสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในน้ำนิ่งของทะเลสาบ หรือน้ำไหลของแม่น้ำ มันบรรทุกคนบรรทุกของได้มากทำให้การเดินทางหลายๆวันทำได้เต็มที่จริงจัง
ในบทความนี้เราจะเล่าถึงความแตกต่างของเรือแคนูเมื่อเทียบกับเรืออื่นๆ, ประวัติความเป็นมาสักเล็กน้อย, อธิบายคุณลักษณะหลายอย่างของเรือแคนูแต่ละแบบที่ออกแบบมาใช้งานต่างกันไป ไปจนถึงเล่าเรื่องของเรือแคนูจากจากบริษัท Old Town Canoe ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแคนูที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
เรือแคนูคืออะไร มาจากไหน
เรือแคนูเป็นเรือนั้นมาจากเรือดั้งเดิมของอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาที่ออกแบบไว้บรรทุกคนและสัมภาระได้มากเพื่อเดินทางในลำน้ำและทะเลสาบใหญ่แบบย้ายบ้านกันได้เลย เป็นเรือเปิดที่คนพายจะนั่งอยู่บนที่นั่งและใช้พายที่มีข้างเดียว จริงๆแล้วรูปแบบของเรือและการพายของแคนูนั้นคล้ายเรือพายของไทยเรามากจะต่างกันก็ที่เรือมีน้ำหนักเบาเพราะทำจากเปลือกไม้, รูปทรงของเรือที่กว้างและใส่สัมภาระได้มาก

เรือที่นิยมกันมากและคนมักจะสับสน ถึงขั้นเรียกชื่อสลับกันบ่อยๆคือเรือคายัค จริงๆแล้วต่างกันมากครับ

เรือคายัคนั้นเป็นเรือที่มีรากฐานมาจากชาวเอสกิโมที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางและล่าสัตว์ในแถบขั้วโลก ผู้พายจะนั่งราบเหยียดขาไปกับพื้นเรือ ของจริงที่เอสกิโมใช้นั้น จะสอดตัวเขาไปในตัวเรือด้วยเพื่อป้องกันความเปียกและ หนาว คายัคใช้พายที่มีสองด้านซ้ายขวา เป็นเรือที่คล่องแคล่วว่องไว อาจจะมีขนาด หนึ่งหรือสองคน และสามารถบรรทุกสัมภาระได้ระดับหนึ่งแต่ไม่มากนัก
เรือแคนูเป็นที่นิยมกันแพร่หลายมากในอเมริกาเหนือ ทั้งอเมริกาและแคนาดา ซึ่งมีทะเลสาบและแม่น้ำอยู่มากมาย มันเคยเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางค้าขายตั้งแต่ยุคบุกเบิก มาถึงปัจจุบันก็เป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางในธรรมชาติ ไปจนถึงกิจกรรมต่างๆเช่น ยิงนกตกปลา

นอกจากในอเมริกาแล้ว เรือแคนูก็ยังแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติของมันที่มีน้ำหนักเบา, บรรทุกของได้มาก, เคลื่อนย้ายสะดวกชนิดแบกขึ้นบ่าได้, และใช้งานได้หลากหลายแทบทุกสภาพน้ำ

โครงสร้างและวัสดุของเรือแคนู
ดั้งเดิมเลย เรือแคนูทำจากโครงสร้างไม้และหุ้มด้วยเปลือกไม้เบิร์ช ทำให้มันเป็นเรือที่น้ำหนักเบา สามารถแบกขึ้นบ่าเคลื่อนย้ายได้ง่าย ต่อมาเปลือกไม้เริ่มหายาก ประมาณปี 1870 จึงมีการพัฒนาใช้ผ้าแคนวาสเคลือบกันน้ำหุ้มบนโครงไม้แทน ซึ่งให้เรือที่มีคุณภาพดี และทนทานกว่าเรือเปลือกไม้แบบตั้งเดิม และก็เป็นเรือแคนูที่ได้รับความนิยมและใช้กันแพร่หลายกันมาเกือบร้อยปี

ในยุค 1960 เริ่มมีการทำเรือแคนูจากไฟเบอร์กลาสซึ่งสร้างง่ายผลิตได้เร็วกว่าแคนูโครงไม้แบบดั้งเดิมและน้ำหนักเบาขึ้นมาก
จนกระทั่งถึงช่วงปี 1970 จึงมีการใช้วัสดุ Themoplastic ชื่อ Royalex มาผลิตเรือแคนูเพราะวัสดุนี้ขึ้นรูปง่าย น้ำหนักเบา และคืนรูปได้หลังจากรับแรงกระแทกจนบิดตัว ทำให้เรือแคนู Royalex ได้รับความนิยมสูงมาก แต่น่าเสียดายว่าผู้ผลิต Royalex เลิกผลิตวัสดุนี้ไปตั้งแต่ปี 2014 ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตเรือแคนู (ส่วนใหญ่อยู่ในเมริกาและแคนาดา) ใช้วัสดุอื่นทดแแทน Royalex ที่แพร่หลายที่สุดคือ Polyethelene ที่แม้จะมีน้ำหนักมากกว่า แต่ราคาถูกและทนทาน
Old Town Canoe
ThailandOutdoor ขอแจ้งด้วยความมภาคภูมิใจว่าเราได้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบริษัท Old Town Canoe บริษัทเรือแคนูที่เก่าแก่ที่สุด, มีตำนานที่ยืนยงและเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุด จากอเมริกา
Old Town Canoe ก่อตั้งที่เมือง Old Town ในรัฐ Maine ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในการผลิตเรือแคนูมานับร้อยปี เริ่มภายใต้ชื่อ Indian Old Town Canoe ตั้งแต่ปี 1898 และมาเปลี่ยนเป็น Old Town Canoe ในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน Old Town ยังคงเป็นผู้ผลิตเรือแคนูรายใหญ่ที่สุด เรือแคนูของ Old Town ทุกลำผลิตในเมือง Old Town รัฐ Maine สหรัฐอเมริกา และทำจาก Polyethelene 3 ชั้นที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหนัก
การดีไซน์รูปทรงของเรือแคนู ที่มีผลต่อการเลือกใช้งาน
เริ่มกันที่เรื่องของขนาดสักนิดครับ ความยาวของเรือก็มีผลต่อนิสัยของเรือมากเลยครับ
โดยทั่วไปแล้ว เรือที่ยาวกว่าจะพายตรงและเร็วกว่า แต่ก็จะแลกมากับวงเลี้ยวกว้างทำให้ขาดความคล่องตัวในสายน้ำเล็กๆ เรือที่ยาวจะเหมาะมากกับการพายระยะไกลในน้ำนิ่ง ในขณะที่เรือสั้นจะคล่องตัวกว่าในการล่องแก่งในแม่น้ำ


ต่อไปคือความกว้างของตัวเรือ (Beam)
จะวัดได้สามจุดคือ ที่กราบเรือ (Gunwale), จุดที่กว้างที่สุด หรือที่ระดับน้ำ(ซึ่งจะวัดที่ 4” สูงจากท้องเรือ สรุปง่ายๆว่าเรือที่แคบจะมีประสิทธิภาพการพายสูงพายได้เร็ว แต่เสถียรน้อยกว่าและบรรทุกน้ำหนักได้น้อยกว่า
![]()
เรือที่กว้างน้อยกว่า 33" จะพายได้เร็วแต่โคลงเคลงวูบวาบ

เรือที่กว้างระหว่าง 34-37" จะเป็นลูกผสมที่ทำความเร็วได้ดีพอควร และมีความนิ่งพอสำหรับงานทั่วไป

เรือที่กว้างกว่า 38" จะให้ความนิ่งที่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องอยู่กับที่เช่นตกปลาหรือ ถ่ายภาพ แต่ก็จะพายได้ช้า

สัดส่วนสุดท้ายคือ ความลึกของตัวเรือซึ่งอาจจะไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการพายเท่าไรนัก
![]()
เรือที่ลึกก็จะสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นและเหลือพื้นที่เหนือน้ำมากขึ้นทำให้พายในคลื่นได้ดี แต่ก็ต้องและมาด้วยน้ำหนักตัวเรือที่เพิ่มขึ้น และแรงปะทะของลมที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

ต่อมาเป็น Design ต่างๆของเรือครับ เร่ิมจากท้องเรือหรือภาคตัดขวางของเรือกันก่อน
ท้องเรือแบบแบน Flat Bottom Hull
![]()
ท้องเรือแบบนี้ข้อดีคือจะรู้สึกว่าเรือเสถียรมากในตอนที่จอดนิ่ง บังคับเลี้ยวง่าย
แต่ข้อเสียก็คือจะไม่เสถียรในตอนที่เรือมีความเร็วแล้ว, วิ่งช้า, เสียการทรงตัวง่ายเมื่อบรรทุกน้ำหนักหรือมีคลื่น (นี่แหละครับทำให้เรือท้องแบนที่ทำขายกันถูกๆเวลาน้ำท่วมถึงคว่ำง่ายมาก) และไม่แข็งแรงบิดตัวหรือ หักพับงอได้ง่าย
ท้องเรือแบบโค้งกลม Round Bottom Hull
![]()
ท้องเรือแบบนี้จะพายได้เร็วและประสิทธิภาพสูง แต่จะโคลงเคลงไม่อยู่นิ่ง ไม่เหมาะนักสำหรับมือใหม่
ท้องเรือแบบโค้งเล็กน้อย Shallow Arc Hull

ท้องเรือแบบนี้พายได้ดีมากในสภาพน้ำเรียบ ให้ประสิทธิภาพสูง(พายน้อยไปไกล) ความเร็วสูง, ให้ความเสถียรในขณะเรือวิ่งดีกว่าแบบท้องแบนมาก
ข้อเสียย่อมมีครับ คือ พายได้ไม่ดีนักในน้ำเชี่ยว และ ความเสถียรในขณะเรือวิ่งเป็นรองเรือท้องวี
ท้องเรือแบบวี (Shallow Vee Hull)

ท้องเรือแบบนี้เป็นแบบที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด (แต่ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน) ข้อดีก็คือ แข็งแรงกว่าแบบอื่นๆ, พายในน้ำเชี่ยวได้ดี, พายตรงกว่าแบบอื่น
ข้อเสียก็คือ การสึกหรอจะเกิดขึ้นที่จุดท้องวี, ไม่เถียรนักเมื่อจอดนิ่ง และพายสู้ท้องโค้งไม่ได้ในน้ำเรียบ
Design Factor ที่สำคัญอีกตัวคือ รูปทรงเรือทางด้านข้าง (Keel Line)
ลองสังเกตเส้นจากหัวเรือไปยังท้ายเรือ (Keel Line) นะครับ เส้นนี้จะมีตั้งแต่เป็นเส้นตรงจนโค้งมาก (ความโค้งนี้ศัพท์เรียกว่า Rocker ซึ่งมาจากขาของเก้าอี้โยกครับ)

ความโค้งนี้จะถูกแบ่งเป็นระดับ
![]()
ถ้าความโค้งน้อยกว่า 2" จะเรียกว่าโค้งเล็กน้อย (Slightly Rockered)
ถ้าความโค้งอยู่ระหว่าง 2-3" จะเรียกว่าโค้งปานกลาง (Moderately Rockered)
ถ้าความโค้งมากกว่า 3" จะเรียกว่าโค้งสุดๆ (Extremely Rockered)
เรือที่มีรูปทรง Slightly Rockered จะพายได้ตรงและเร็ว แต่จะบังคับเลี้ยวได้ยาก

เรือที่มีรูปทรง Moderately Rockered จะใช้งานได้หลากหลาย พายได้ตรง,เร็ว (แต่เป็นรองแบบ Slight Rockered) และเลี้ยวได้ดีพอควร

เรือที่มีรูปทรง Extremely Rockered จะเลี้ยวได้คล่องแคล่วแต่พายไม่ตรงและทำความเร็วได้ไม่ดี

อีกสัดส่วนที่มีผลอย่างมากต่อนิสัยของเรือคือรูปร่างทางด้านข้าง ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดจากด้านบน
แบบแรกคือแบบสมมาตร คือมีรูปทรงทางหัวทางท้ายเหมือนกันและจุดที่กว้างที่สุดอยู่ที่ตรงกลางเรือ

ข้อดีของเรือทรงนี้คือควบคุมง่าย สามารถจะพายกลับหลังได้ถ้าต้องการพายคนเดียว แต่จะทำความเร็วได้ไม่ดีเท่าแบบ Swede-Form
แบบที่สองคือแบบไม่สมมาตร Swede-Form ที่มีจุดกว้างสุดอยู่ค่อนไปทางท้ายเรือ

เรือทรงนี้ทำความเร็วเดินหน้าได้ดีพายตรง แต่เสียประสิทธิภาพเมื่อพายกลับหลังและคลื่นซัดเข้าเรือได้ง่าย
แบบที่สามคือแบบไม่สมมาตร Fish-Form ที่มีจุดกว้างสุดอยู่ค่อนไปทางหัวเรือ

เรือทรงนี้จะมีการลอยที่ดีเมื่อหัวพุ่งลง (ตอนล่องแก่ง) และน้ำเข้าเรือน้อยเมื่อมีคลื่น แต่ก็จะพายไม่ค่อยไปหัวสายไปสายมา
มาถึงตรงนี้อาจจะมึนกันไปบ้าง แต่ก็คงพอเห็นภาพนะครับ ว่าไม่มีเรืออะไรจะพายดีที่สุดในโลก แต่จะต้องออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละแบบ
ทีนี้ขึ้นกับตัวเราแล้วครับว่าจะใช้เรือในแบบไหน เอาไปเล่นในทะเลสาบน้ำนิ่ง ล่องตามแม่น้ำ หรือว่าล่องแก่งน้ำเชี่ยว พายเที่ยวสองสามชั่วโมงโดยไม่มีของที่ต้องขนไปมากมายหรือว่าจะพายไปแค้มป์สักสามสี่วันขนของไปให้เพียบ จะพายไปไกลๆหรือจะพายเล่นวนเวียนไปมา
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นลองมาดูการนำ Design Factor เหล่านี้มาใช้ในเรือแคนูหลายๆแบบดูครับ
เรือสำหรับการเดินทาง (Tripping)
ล่องแม่น้ำ หรือพายในน้ำเรียบกว้างของอ่างเก็บน้ำ บรรทุกของไปแค้มป์หลายวัน แน่นอน จะต้องเป็นเรือยาวพอสมควร ท้อง Shallow Arch เพื่อให้เสถียรแต่ทำความเร็วได้ดี , โค้งน้อยๆ (Slightly Rockered) เพื่อให้พายได้ดีตรง และเลี้ยวคล่องในน้ำไหล ตัวเรือไม่กว้างและลึกเพื่อให้บรรทุกของได้มาก
อย่างเช่น Old Town Discover 158 ลำนี้ เหมาะมากสำหรับล่องแม่น้ำและเดินทางในทะเลสาบบ้านเรา

อีกสุดขั้วหนึ่งก็คือเรือที่ต้องการความคล่องตัว พายคนเดียวได้ ยกขึ้นลงจากน้ำคนเดียวได้ง่ายๆ บรรทุกของต้องเยอะมาก พายไปตกปลา หรือไปแค้มป์สักคืน ก็จะเป็นเรือที่สั้น ท้องเรือแบบ Shallow Arch เพื่อให้เลี้ยวได้คล่องแคล่ว อย่างเช่นเรือ Old Town Discover 119 ลำนี้ที่ยาวแค่ 11’ 9” และน้ำหนักแค่ 22.7 กิโลกรัม

ส่วนเรือสำหรับเดินทางไกล ขอให้เรือเบาและพายเร็วบนน้ำเรียบก็จะเป็น เรือ Touring
เรือแบบนี้ก็จะต้องเป็นเรือยาว โค้งน้อยๆ (Minimun Rocker), ทรงเรือเป็นแบบสมมาตร , ท้องเรือแบบ Shallow Arch Hull เพื่อให้พายได้ดีตรง และความเร็วสูงในน้ำเรียบ
อย่างเช่นเจ้า Old Town Penobscot 174 ลำนี้ ที่ยาวถึง 17' 4"

เลือกเรือให้เหมาะกับการใช้งาน
หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะช่วยให้คุณเลือก Old Town Canoe ที่เหมาะกับวิถีชีวิตกลางแจ้งของคุณได้
ไม่ว่าจะเป็นแคนูลำไหนที่คุณเลือก มันก็จะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่พร้อมจะเดินทางพาคุณออกไปมีความสุขท่ามกลางโลกกว้าง
ตาเกิ้น
21 เมษายน 2569
Leave a comment