Skip to content
คู่มือเตรียมพร้อม · น้ำที่ปลอดภัย

ทำให้น้ำปลอดภัย ต้องเลือกวิธีให้ตรงกับความเสี่ยง

น้ำใสไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เริ่มจากแหล่งน้ำที่เชื่อถือได้ แล้วเลือกวิธีจัดการเชื้อโรคโดยรู้ว่าวิธีใดทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
เก็บน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยถุงของเครื่องกรองพกพา
ภาพการใช้เครื่องกรองกลางแจ้ง ผลที่ได้ขึ้นกับแหล่งน้ำและขอบเขตการทำงานของเครื่องกรอง
เรียบเรียงภาษาไทยจากข้อมูล CDC โดย Thailand Outdoor Shop ไม่ใช่ฉบับแปลอย่างเป็นทางการ ต้นฉบับอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ CDC การอ้างอิงนี้ไม่แสดงถึงการรับรองร้านค้า สินค้า หรือบริการโดย CDC, HHS หรือรัฐบาลสหรัฐฯ
ต้นฉบับปรับปรุง: 19 กันยายน 2567 · ทบทวนแหล่งข้อมูล: 20 กันยายน 2569
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน

สงสัยว่าปนสารเคมีหรือเชื้อเพลิง: เปลี่ยนแหล่งน้ำ

การต้มและการฆ่าเชื้อไม่กำจัดอันตรายทุกชนิด

CDC ระบุว่าไม่สามารถทำให้น้ำที่มีเชื้อเพลิง สารเคมีเป็นพิษ หรือสารกัมมันตรังสีปลอดภัยด้วยการต้มหรือการฆ่าเชื้อ หากรู้หรือสงสัยว่ามีการปนเปื้อน ให้ใช้น้ำบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำปลอดภัยอื่น และขอคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุข
หลังน้ำท่วมหรือท่อประปาเสียหาย อย่าใช้น้ำที่สงสัยว่าไม่ปลอดภัยมาดื่ม แปรงฟัน เตรียมอาหาร ล้างภาชนะ ล้างมือ ทำน้ำแข็ง หรือชงนมทารก ให้เลือกน้ำที่ปลอดภัยและทำตามประกาศในพื้นที่
ตัดสินใจตามสถานการณ์

เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดที่ทำได้

มีน้ำขวดที่ยังไม่เปิด

ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่เชื่อถือได้ก่อน ลดความไม่แน่นอนเรื่องแหล่งน้ำและขั้นตอนฆ่าเชื้อ

ไม่มีน้ำขวด แต่ต้มได้

หากน้ำไม่ได้สงสัยว่าปนสารเคมีหรือเชื้อเพลิง การต้มเป็นวิธีที่ CDC แนะนำว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ

ต้มไม่ได้

พิจารณาผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ตรงเงื่อนไขและทำตามฉลาก เครื่องกรองเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมเชื้อทุกชนิด
วิธีหลักเมื่อไม่มีน้ำขวด

ต้มน้ำ: จับเวลาหลังน้ำเดือดพล่าน

  1. ถ้าน้ำขุ่น ให้กรองผ่านผ้าสะอาด กระดาษกรอง หรือกระดาษกรองกาแฟก่อน หรือพักให้ตกตะกอนแล้วรินเฉพาะน้ำส่วนใส ขั้นตอนนี้ช่วยเอาตะกอนออก แต่ยังไม่ใช่การฆ่าเชื้อ
  2. นำน้ำส่วนใสไปต้มจนเดือดพล่านต่อเนื่อง 1 นาที
  3. หากอยู่สูงกว่า 6,500 ฟุต (ประมาณ 1,980 เมตร) ให้ต้มเดือดพล่าน 3 นาที ตามเกณฑ์ CDC
  4. ปล่อยให้น้ำเย็น แล้วเก็บในภาชนะสะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้วและมีฝาปิดแน่น

ต้มด้วยเตาแคมป์ในพื้นที่กลางแจ้งเท่านั้น

อย่าย้ายเตาแคมป์เข้าไปใช้ในบ้าน เต็นท์ หรือรถ แม้ฝนตกหรือเปิดหน้าต่างอยู่ อ่านข้อกำหนดของเตาและจัดจุดใช้งานให้ปลอดภัย
ใช้เมื่อเข้าเงื่อนไขเท่านั้น

ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน: ตรวจฉลากก่อนดูอัตราผสม

ถ้าผลิตภัณฑ์มีคำแนะนำสำหรับฆ่าเชื้อน้ำดื่ม ให้ทำตามฉลาก หากไม่มีคำแนะนำนั้น แนวทาง CDC ให้ตรวจความเข้มข้นของ sodium hypochlorite และใช้ตารางที่ตรงกัน น้ำต้องไม่มีข้อสงสัยเรื่องสารเคมีหรือเชื้อเพลิงปนเปื้อน

ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงชนิด

ใช้เฉพาะน้ำยาฟอกขาวคลอรีนชนิดน้ำ ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใช่สูตรสำหรับผ้าสี และไม่มีน้ำยาทำความสะอาดผสม อ่านฉลากจริงทุกครั้ง หากระบุสารออกฤทธิ์หรือความเข้มข้นไม่ได้ อย่าเดาอัตรา

Sodium hypochlorite 5–9%

สำหรับน้ำ 1 ลิตร: ใช้ 2 หยดจากหลอดหยดสะอาด หรือ 0.1 มล. จากอุปกรณ์ตวงที่วัดปริมาณนี้ได้ เลือกตวงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องใส่ทั้งสองปริมาณ

Sodium hypochlorite 1%

สำหรับน้ำ 1 ลิตร: ใช้ 10 หยดจากหลอดหยดสะอาด หรือ 0.5 มล. จากอุปกรณ์ตวงที่เหมาะสม ห้ามนำอัตรานี้ไปใช้กับสูตร 5–9%
  1. กรองตะกอนหรือพักให้น้ำใสก่อน หากยังขุ่น มีสี หรือเย็นจัด CDC ให้เพิ่มปริมาณน้ำยาจากตารางเป็น 2 เท่า ข้อนี้ไม่ทำให้น้ำที่ปนสารเคมีกลายเป็นน้ำดื่ม
  2. เติมตามชนิดและความเข้มข้นที่ตรวจแล้ว คนให้เข้ากัน
  3. พักไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนดื่ม
  4. เก็บในภาชนะสะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้ว มีฝาปิดแน่น และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนซ้ำ

อย่าสลับกับสูตรฆ่าเชื้อภาชนะ

สูตรสำหรับล้างฆ่าเชื้อถังเข้มข้นกว่าสูตรสำหรับน้ำดื่มมาก น้ำยาที่ใช้ล้างภาชนะต้องเททิ้ง ห้ามนำมาดื่ม และห้ามใช้ฝาขวดหรือช้อนกินข้าวแทนอุปกรณ์ตวงปริมาณเล็ก
การฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเชื้อบางชนิด เช่น Cryptosporidium จึงไม่ควรตีความว่าการเติมคลอรีนทำให้น้ำทุกแหล่งปลอดภัยเท่ากัน
อ่านสารออกฤทธิ์และเวลารอ

เม็ดฆ่าเชื้อแต่ละชนิดใช้แทนกันไม่ได้

คลอรีน คลอรีนไดออกไซด์ และไอโอดีน

ทำตามปริมาณน้ำและเวลารอที่ฉลากระบุ เม็ดฆ่าเชื้อหนึ่งเม็ดไม่ได้ใช้ได้กับน้ำทุกปริมาณ คลอรีนและไอโอดีนไม่กำจัด Cryptosporidium ส่วนคลอรีนไดออกไซด์ทำได้เมื่อใช้ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง

ใครควรหลีกเลี่ยงน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีน

CDC แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาไทรอยด์ และผู้ไวต่อไอโอดีนหลีกเลี่ยงน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีน และไม่ควรมีใครดื่มน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีนต่อเนื่องนานเกินไม่กี่สัปดาห์
เลือกจากขอบเขตการทำงาน

เครื่องกรองต้องดูสิ่งที่กำจัดได้จริง

อย่าถือว่าเครื่องกรองพกพากำจัดเชื้อโรคได้ทุกชนิด CDC เตือนว่าเครื่องกรองทั่วไปไม่ได้กำจัดไวรัส ต้องตรวจขอบเขตของรุ่นและทำตามคู่มือ ไม่สรุปจากคำว่า “เครื่องกรอง” หรือสีของน้ำหลังกรอง

ปรสิต

แนวทาง CDC ระบุขนาดรูกรองแบบ absolute ไม่เกิน 1 ไมครอน สำหรับปรสิต เช่น Giardia และ Cryptosporidium

แบคทีเรีย

แนวทาง CDC ระบุขนาดรูกรองแบบ absolute ไม่เกิน 0.3 ไมครอน ไม่ใช้เพียงค่ารูกรองที่ไม่ระบุว่าเป็น absolute มายืนยันผล

ไวรัส

อย่าอนุมานว่าไมโครฟิลเตอร์ทั่วไปกำจัดไวรัสได้ CDC แนะนำการฆ่าเชื้อหลังกรองเพื่อจัดการเชื้อที่อาจผ่านเครื่องกรองมา
ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะระบุเรื่องเชื้อโรคไว้อย่างไร หากน้ำอาจมีน้ำมันหรือสารเคมีเป็นพิษ ให้กลับไปใช้แหล่งน้ำที่ปลอดภัยอื่น ไม่ใช้สเปกกรองเชื้อโรคเป็นหลักฐานว่ากำจัดสารเคมีได้
ทางเลือกที่ไม่ใช่คำตอบทุกสถานการณ์

UV และแสงแดดมีเงื่อนไขที่ต้องรู้

อุปกรณ์ UV

แสง UV ช่วยฆ่าเชื้อในน้ำใสปริมาณเล็กได้ตามขอบเขตของเครื่อง น้ำขุ่นมีอนุภาคบังแสง จึงต้องเอาตะกอนออกก่อน แล้วทำตามปริมาณน้ำและเวลาทำงานที่ผู้ผลิตระบุ

แสงแดดในเหตุฉุกเฉิน

CDC อธิบายวิธีใช้ขวดพลาสติกสะอาดและใส ใส่น้ำใสแล้ววางขวดนอนรับแสงแดด 6 ชั่วโมงในวันที่แดดจัด หรือ 2 วันเมื่อมีเมฆ วิธีนี้ลดเชื้อได้แต่ไม่ทำงานดีในน้ำขุ่น และไม่กำจัดสารเคมี

การวางแผนสำหรับหน้าฝนในไทย

อย่าพึ่งแสงแดดเป็นวิธีสำรองเพียงทางเดียว เพราะเมฆและฝนทำให้เงื่อนไขการใช้งานไม่แน่นอน เตรียมน้ำขวดและวิธีที่ทำได้จริงในสถานที่ของคุณไว้ก่อน
น้ำปลอดภัยต้องครบทุกขั้นตอน

ก่อนดื่ม ตรวจให้ครบทั้งกระบวนการ

  • แหล่งน้ำไม่มีข้อสงสัยเรื่องเชื้อเพลิงหรือสารเคมี
  • เลือกวิธีที่เหมาะและทำครบเวลา ไม่ข้ามการเตรียมน้ำขุ่น
  • หากใช้สารเคมี ตรวจชื่อสาร ความเข้มข้น ปริมาณน้ำ และเวลารอ
  • หากใช้เครื่องกรอง รู้ว่ารุ่นนั้นกำจัดอะไรไม่ได้
  • ภาชนะปลายทางสะอาด ฆ่าเชื้อแล้ว และปิดฝา
  • ติดตามประกาศเรื่องน้ำของหน่วยงานในพื้นที่

วางแผนน้ำสำรองให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

ปริมาณน้ำ ภาชนะ การเก็บ และการหมุนเวียนตามแนวทาง CDC

ตรวจชนิดเครื่องกรองและคู่มือ

เลือกอุปกรณ์จากสิ่งปนเปื้อนที่รุ่นนั้นจัดการได้จริง และพิจารณาวิธีฆ่าเชื้อที่ต้องใช้ร่วมกัน

แหล่งข้อมูลและการทบทวน

เรียบเรียงภาษาไทยจากข้อมูล CDC โดย Thailand Outdoor Shop ไม่ใช่ฉบับแปลอย่างเป็นทางการ ต้นฉบับอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ CDC การอ้างอิงนี้ไม่แสดงถึงการรับรองร้านค้า สินค้า หรือบริการโดย CDC, HHS หรือรัฐบาลสหรัฐฯ
ตรวจแหล่งข้อมูลเมื่อ 20 กันยายน 2569 · หากคำแนะนำในพื้นที่หรือฉลากอุปกรณ์เปลี่ยน ให้ยึดข้อมูลปัจจุบันของหน่วยงานและผู้ผลิต
```html
Compare product
Availability
Vendor
```