สะสมแต้มแลกของรางวัล
คู่มือเตรียมพร้อม · น้ำที่ปลอดภัย
ทำให้น้ำปลอดภัย ต้องเลือกวิธีให้ตรงกับความเสี่ยง
น้ำใสไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เริ่มจากแหล่งน้ำที่เชื่อถือได้ แล้วเลือกวิธีจัดการเชื้อโรคโดยรู้ว่าวิธีใดทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
เรียบเรียงภาษาไทยจากข้อมูล CDC โดย Thailand Outdoor Shop ไม่ใช่ฉบับแปลอย่างเป็นทางการ ต้นฉบับอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ CDC การอ้างอิงนี้ไม่แสดงถึงการรับรองร้านค้า สินค้า หรือบริการโดย CDC, HHS หรือรัฐบาลสหรัฐฯ
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน
สงสัยว่าปนสารเคมีหรือเชื้อเพลิง: เปลี่ยนแหล่งน้ำ
การต้มและการฆ่าเชื้อไม่กำจัดอันตรายทุกชนิด
CDC ระบุว่าไม่สามารถทำให้น้ำที่มีเชื้อเพลิง สารเคมีเป็นพิษ หรือสารกัมมันตรังสีปลอดภัยด้วยการต้มหรือการฆ่าเชื้อ หากรู้หรือสงสัยว่ามีการปนเปื้อน ให้ใช้น้ำบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำปลอดภัยอื่น และขอคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุข
หลังน้ำท่วมหรือท่อประปาเสียหาย อย่าใช้น้ำที่สงสัยว่าไม่ปลอดภัยมาดื่ม แปรงฟัน เตรียมอาหาร ล้างภาชนะ ล้างมือ ทำน้ำแข็ง หรือชงนมทารก ให้เลือกน้ำที่ปลอดภัยและทำตามประกาศในพื้นที่
ตัดสินใจตามสถานการณ์
เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดที่ทำได้
มีน้ำขวดที่ยังไม่เปิด
ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่เชื่อถือได้ก่อน ลดความไม่แน่นอนเรื่องแหล่งน้ำและขั้นตอนฆ่าเชื้อ
ไม่มีน้ำขวด แต่ต้มได้
หากน้ำไม่ได้สงสัยว่าปนสารเคมีหรือเชื้อเพลิง การต้มเป็นวิธีที่ CDC แนะนำว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ
ต้มไม่ได้
พิจารณาผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ตรงเงื่อนไขและทำตามฉลาก เครื่องกรองเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมเชื้อทุกชนิด
วิธีหลักเมื่อไม่มีน้ำขวด
ต้มน้ำ: จับเวลาหลังน้ำเดือดพล่าน
- ถ้าน้ำขุ่น ให้กรองผ่านผ้าสะอาด กระดาษกรอง หรือกระดาษกรองกาแฟก่อน หรือพักให้ตกตะกอนแล้วรินเฉพาะน้ำส่วนใส ขั้นตอนนี้ช่วยเอาตะกอนออก แต่ยังไม่ใช่การฆ่าเชื้อ
- นำน้ำส่วนใสไปต้มจนเดือดพล่านต่อเนื่อง 1 นาที
- หากอยู่สูงกว่า 6,500 ฟุต (ประมาณ 1,980 เมตร) ให้ต้มเดือดพล่าน 3 นาที ตามเกณฑ์ CDC
- ปล่อยให้น้ำเย็น แล้วเก็บในภาชนะสะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้วและมีฝาปิดแน่น
ต้มด้วยเตาแคมป์ในพื้นที่กลางแจ้งเท่านั้น
อย่าย้ายเตาแคมป์เข้าไปใช้ในบ้าน เต็นท์ หรือรถ แม้ฝนตกหรือเปิดหน้าต่างอยู่ อ่านข้อกำหนดของเตาและจัดจุดใช้งานให้ปลอดภัย
ใช้เมื่อเข้าเงื่อนไขเท่านั้น
ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน: ตรวจฉลากก่อนดูอัตราผสม
ถ้าผลิตภัณฑ์มีคำแนะนำสำหรับฆ่าเชื้อน้ำดื่ม ให้ทำตามฉลาก หากไม่มีคำแนะนำนั้น แนวทาง CDC ให้ตรวจความเข้มข้นของ sodium hypochlorite และใช้ตารางที่ตรงกัน น้ำต้องไม่มีข้อสงสัยเรื่องสารเคมีหรือเชื้อเพลิงปนเปื้อน
ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงชนิด
ใช้เฉพาะน้ำยาฟอกขาวคลอรีนชนิดน้ำ ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใช่สูตรสำหรับผ้าสี และไม่มีน้ำยาทำความสะอาดผสม อ่านฉลากจริงทุกครั้ง หากระบุสารออกฤทธิ์หรือความเข้มข้นไม่ได้ อย่าเดาอัตรา
Sodium hypochlorite 5–9%
สำหรับน้ำ 1 ลิตร: ใช้ 2 หยดจากหลอดหยดสะอาด หรือ 0.1 มล. จากอุปกรณ์ตวงที่วัดปริมาณนี้ได้ เลือกตวงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องใส่ทั้งสองปริมาณ
Sodium hypochlorite 1%
สำหรับน้ำ 1 ลิตร: ใช้ 10 หยดจากหลอดหยดสะอาด หรือ 0.5 มล. จากอุปกรณ์ตวงที่เหมาะสม ห้ามนำอัตรานี้ไปใช้กับสูตร 5–9%
- กรองตะกอนหรือพักให้น้ำใสก่อน หากยังขุ่น มีสี หรือเย็นจัด CDC ให้เพิ่มปริมาณน้ำยาจากตารางเป็น 2 เท่า ข้อนี้ไม่ทำให้น้ำที่ปนสารเคมีกลายเป็นน้ำดื่ม
- เติมตามชนิดและความเข้มข้นที่ตรวจแล้ว คนให้เข้ากัน
- พักไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนดื่ม
- เก็บในภาชนะสะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้ว มีฝาปิดแน่น และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนซ้ำ
อย่าสลับกับสูตรฆ่าเชื้อภาชนะ
สูตรสำหรับล้างฆ่าเชื้อถังเข้มข้นกว่าสูตรสำหรับน้ำดื่มมาก น้ำยาที่ใช้ล้างภาชนะต้องเททิ้ง ห้ามนำมาดื่ม และห้ามใช้ฝาขวดหรือช้อนกินข้าวแทนอุปกรณ์ตวงปริมาณเล็ก
การฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเชื้อบางชนิด เช่น Cryptosporidium จึงไม่ควรตีความว่าการเติมคลอรีนทำให้น้ำทุกแหล่งปลอดภัยเท่ากัน
อ่านสารออกฤทธิ์และเวลารอ
เม็ดฆ่าเชื้อแต่ละชนิดใช้แทนกันไม่ได้
คลอรีน คลอรีนไดออกไซด์ และไอโอดีน
ทำตามปริมาณน้ำและเวลารอที่ฉลากระบุ เม็ดฆ่าเชื้อหนึ่งเม็ดไม่ได้ใช้ได้กับน้ำทุกปริมาณ คลอรีนและไอโอดีนไม่กำจัด Cryptosporidium ส่วนคลอรีนไดออกไซด์ทำได้เมื่อใช้ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง
ใครควรหลีกเลี่ยงน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีน
CDC แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาไทรอยด์ และผู้ไวต่อไอโอดีนหลีกเลี่ยงน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีน และไม่ควรมีใครดื่มน้ำที่ฆ่าเชื้อด้วยไอโอดีนต่อเนื่องนานเกินไม่กี่สัปดาห์
เลือกจากขอบเขตการทำงาน
เครื่องกรองต้องดูสิ่งที่กำจัดได้จริง
อย่าถือว่าเครื่องกรองพกพากำจัดเชื้อโรคได้ทุกชนิด CDC เตือนว่าเครื่องกรองทั่วไปไม่ได้กำจัดไวรัส ต้องตรวจขอบเขตของรุ่นและทำตามคู่มือ ไม่สรุปจากคำว่า “เครื่องกรอง” หรือสีของน้ำหลังกรอง
ปรสิต
แนวทาง CDC ระบุขนาดรูกรองแบบ absolute ไม่เกิน 1 ไมครอน สำหรับปรสิต เช่น Giardia และ Cryptosporidium
แบคทีเรีย
แนวทาง CDC ระบุขนาดรูกรองแบบ absolute ไม่เกิน 0.3 ไมครอน ไม่ใช้เพียงค่ารูกรองที่ไม่ระบุว่าเป็น absolute มายืนยันผล
ไวรัส
อย่าอนุมานว่าไมโครฟิลเตอร์ทั่วไปกำจัดไวรัสได้ CDC แนะนำการฆ่าเชื้อหลังกรองเพื่อจัดการเชื้อที่อาจผ่านเครื่องกรองมา
ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะระบุเรื่องเชื้อโรคไว้อย่างไร หากน้ำอาจมีน้ำมันหรือสารเคมีเป็นพิษ ให้กลับไปใช้แหล่งน้ำที่ปลอดภัยอื่น ไม่ใช้สเปกกรองเชื้อโรคเป็นหลักฐานว่ากำจัดสารเคมีได้
ทางเลือกที่ไม่ใช่คำตอบทุกสถานการณ์
UV และแสงแดดมีเงื่อนไขที่ต้องรู้
อุปกรณ์ UV
แสง UV ช่วยฆ่าเชื้อในน้ำใสปริมาณเล็กได้ตามขอบเขตของเครื่อง น้ำขุ่นมีอนุภาคบังแสง จึงต้องเอาตะกอนออกก่อน แล้วทำตามปริมาณน้ำและเวลาทำงานที่ผู้ผลิตระบุ
แสงแดดในเหตุฉุกเฉิน
CDC อธิบายวิธีใช้ขวดพลาสติกสะอาดและใส ใส่น้ำใสแล้ววางขวดนอนรับแสงแดด 6 ชั่วโมงในวันที่แดดจัด หรือ 2 วันเมื่อมีเมฆ วิธีนี้ลดเชื้อได้แต่ไม่ทำงานดีในน้ำขุ่น และไม่กำจัดสารเคมี
การวางแผนสำหรับหน้าฝนในไทย
อย่าพึ่งแสงแดดเป็นวิธีสำรองเพียงทางเดียว เพราะเมฆและฝนทำให้เงื่อนไขการใช้งานไม่แน่นอน เตรียมน้ำขวดและวิธีที่ทำได้จริงในสถานที่ของคุณไว้ก่อน
น้ำปลอดภัยต้องครบทุกขั้นตอน
ก่อนดื่ม ตรวจให้ครบทั้งกระบวนการ
- แหล่งน้ำไม่มีข้อสงสัยเรื่องเชื้อเพลิงหรือสารเคมี
- เลือกวิธีที่เหมาะและทำครบเวลา ไม่ข้ามการเตรียมน้ำขุ่น
- หากใช้สารเคมี ตรวจชื่อสาร ความเข้มข้น ปริมาณน้ำ และเวลารอ
- หากใช้เครื่องกรอง รู้ว่ารุ่นนั้นกำจัดอะไรไม่ได้
- ภาชนะปลายทางสะอาด ฆ่าเชื้อแล้ว และปิดฝา
- ติดตามประกาศเรื่องน้ำของหน่วยงานในพื้นที่
วางแผนน้ำสำรองให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
ปริมาณน้ำ ภาชนะ การเก็บ และการหมุนเวียนตามแนวทาง CDC
ตรวจชนิดเครื่องกรองและคู่มือ
เลือกอุปกรณ์จากสิ่งปนเปื้อนที่รุ่นนั้นจัดการได้จริง และพิจารณาวิธีฆ่าเชื้อที่ต้องใช้ร่วมกัน
แหล่งข้อมูลและการทบทวน
เรียบเรียงภาษาไทยจากข้อมูล CDC โดย Thailand Outdoor Shop ไม่ใช่ฉบับแปลอย่างเป็นทางการ ต้นฉบับอ่านได้ฟรีบนเว็บไซต์ CDC การอ้างอิงนี้ไม่แสดงถึงการรับรองร้านค้า สินค้า หรือบริการโดย CDC, HHS หรือรัฐบาลสหรัฐฯ
