เบื้องหลัง Thailand Trail
หลังจากที่กลับมาจากการเดิน 110 กิโลเมตรในงาน Fjallraven Classic ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2015 พวกเรากลับมานั่งคุยกันถึงความประทับใจที่ได้รับจากการเดินป่าระยะไกลครั้งนั้น
ประสบการณ์จากการไปเดิน Fjallraven Classic ที่สวีเดนครั้งแรกในปี 2015
ความประทับใจในประสบการณ์เดินระยะไกล 5-6 วันที่ยาวนานพอที่จะทำให้เราหลุดพ้นไปจากความวุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่ การพึ่งพาตนเองไม่ฝากชีวิตไว้กับใคร ความอิสระเสรีท่ามกลางธรรมชาติที่กว้างใหญ่ วัฒนธรรมการเดินป่าที่ทำให้ทุกคนร่วมกันดูแลธรรมชาติและให้เกียรติเพื่อนร่วมทางทุกคน
เราอยากพาผู้คนที่รักธรรมชาติไปสัมผัสสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด นั่นก็ตามมาด้วยการไปเดินงาน Fjallraven Classic ที่สวีเดนและที่อื่นๆทุกๆปีตลอดมา
เมื่อมีสมาชิกจากปีต่อๆมาเพิ่มขึ้น เราก็ล้อมวงคุยกัน ในประเด็นที่ว่า “ไม่ใช่ว่าคนไทยทุกคนจะสามารถลางานสองสัปดาห์แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินไปสัมผัสสิ่งนี้ที่สวีเดนได้"
เราอยากจะนำประสบการณ์ดีๆเช่นนี้มาใกล้บ้าน ให้คนไทยสามารถสัมผัสมันได้ใกล้ขึ้น ง่ายขึ้น
ในขณะนั้น ปี 2559 ในประเทศไทยยังไม่มีเส้นทางเดินป่าระยะไกลจริงจังนัก ไกลที่สุดที่กล่าวขานกันก็คือเส้นโมโกจูที่เคยยาว 56 กิโลเมตร แต่ก็เป็นเส้นทาง 27 กิโลเมตร เดินไปแล้วกลับทางเดิม เราจึงเริ่มเสาะหาและพัฒนาเส้นทางเดินป่าระยะไกลขึ้นมา
ผมเสนอกับกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งว่าอยากจะไปสำรวจที่แม่เงา เพราะมันยังเป็นผืนป่าที่ยังดิบหลงสำรวจอยู่ และผมเองก็คุ้นเคยกับป่าและผู้คนที่นั่นมากว่า 15 ปี และผมเองก็อยากสร้างเส้นทางเดินป่าที่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับเพื่อนๆชาวกระเหรี่ยงของผมที่นั่น
เราสำรวจเส้นทางกันหลายรอบ ประติดประต่อเส้นทางเก่าที่ชาวแม่เงาเคยเดินหากันจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง อาจจะเป็นเส้นทางค้าขาย หรือง่ายๆว่าเป็นเส้นทางเดินไปจีบสาวต่างหมู่บ้าน
วันแรกของการวางเส้นทางระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงาบนแผนที่
มันไม่ง่ายนักเพราะเส้นทางเหล่านี้ถูกลืมเลือนทิ้งร้างไปหลายปีตั้งแต่เริ่มมีถนนรอบเทือกเขา จะมีก็แต่คนรุ่นเก่าเท่านั้นที่ยังพอรู้ทาง
ส่วนหนึ่งของทีมสำรวจเส้นทาง
ครั้งแรกบนเส้นทาง
การเห็นทะเลหมอกครั้งแรกบนดอยธง อลังการมาก
เราใช้เวลาเกือบปี กว่าจะต่อเส้นทางจากห้วยม่วงไปจนถึงสบโขงได้สำเร็จ รวมระยะทางได้ 50 กิโลเมตรพอดี
เราจัดงาน Fjallraven Thailand Trail ครั้งแรกในเดือนมกราคม 2561 (2018) โดยที่รับผู้ร่วมงานทั้งหมด 150 คน ปล่อยตัววันละ 50 คน 3 วันต่อกัน
เรายกบรรยากาศของ Fjallraven Classic จากสวีเดนมาที่เมืองไทย
งานครั้งแรกดำเนินไปด้วยดี งานนั้นเป็นงานเดินป่าระยะไกลครั้งแรกของประเทศไทย และเส้นทางก็ยังเป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกลทางเดียวที่ยาวที่สุดในขณะนั้นด้วย
เส้นทางส่วนหนึ่งของ Thailand Trail
นอกจากจะเป็นงานเดินป่าระยะไกลครั้งแรกแล้ว งานนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมเดินป่าที่เราต้องการช่วยกันสร้างในเมืองไทยด้วย คือการพึ่งพาตนเอง แบกของเอง ทำกับข้าวกินเอง ดูแลตัวเองให้ได้ตลอดการเดินทาง และยังเป็นครั้งแรกที่มีการเอาสิ่งที่เรียกว่า Leave No Trace มาใช้เพื่อให้ทุกคนร่วมกันรักษาความสะอาด และให้เกียรติเพื่อนร่วมทางอีกด้วย
การสอน Leave No Trace ที่แค้มป์จอลือคี ซึ่งเป็นคืนแรกของการเดินป่า
เบื้องหลังเรื่องหนึ่งที่อาจจะมีคนรู้ไม่มากนักก็คือ งานนี้ดำเนินการภายใต้ “มูลนิธิธรรมชาติไม่จำกัด” ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร และทุกคนที่มาช่วยจัดงานล้วนแต่เป็นอาสาสมัคร ที่นอกจากจะไม่ได้ค่าจ้างแล้ว ก็ยังต้องเสียเงินค่าเดินทางค่าที่พักเองเพื่อมาช่วยงานกันอีกด้วย
อาสาสมัครคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงาน
เราจัดงานอีก 2 ครั้งในปี 2019 และ 2020 และเราก็พบว่าเราบรรลุเป้าหมายแล้ว เส้นทางเป็นที่รู้จัก, การเดินป่าระยะไกลเป็นที่นิยมกว้างขวางในเมืองไทย, ชาวบ้านแม่เงารวมตัวกันตั้งวิสาหกิจชุมชน สามารถรับนักท่องเที่ยวได้เอง จากที่ขี้อายไม่ยอมคุยกับนักท่องเที่ยว กลายเป็นพูดไม่หยุดจนต้องห้าม เขาเก่งกันมากแล้ว
บรรยากาศที่เส้นชัย
รอบกองไฟเมื่อจบงาน
เราจึงหยุดจัดงาน แต่มีข้อตกลงกันไว้ว่าเราจะจัดงานนี้อีกครั้งเมื่อมีเส้นทางยาวกว่านี้
ในช่วงหลายปีหลังจากนั้น ผมและเพื่อนๆที่แม่เงาช่วยกันค้นหาต้นน้ำของแม่น้ำเงาที่อยู่ลึกเข้าไป และไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าอยู่ตรงไหน (อ่านเรื่องตามหาต้นน้ำเงาได้ในหนังสือ Thailand Outdoor Magazine ฉบับที่ 2)
ค้นหาต้นน้ำเงา
เส้นทาง 101 กิโลมตรสู่ต้นน้ำเงา
เส้นทางห้วยไม้หก เลเจ Trail
คอยติดตาม Fjallraven Thailand Trail 2026 นี้ได้ทางเพจ ThailandOutdoor Shop และ ThailandOutdoor Apparel ได้เร็วๆนี้ครับ
ตาเกิ้น
สิงหาคม 2569

















No comments