ชุดเดินป่า แฟชั่นหรือของจำเป็น
"เสื้อผ้า" และ "แฟชั่น" เป็นสองคำที่มักจะถูกเชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกันอย่างแยกไม่ออกมาโดยตลอด ในโลกของการเดินป่าและกิจกรรมเอาท์ดอร์ก็เช่นเดียวกันครับ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภายใต้ชุดเดินป่าที่เราสวมใส่นั้น ย่อมมีกลิ่นอายของคำว่าแฟชั่น รสนิยม และสไตล์ส่วนตัวซ่อนอยู่เสมอ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ดีไซน์และสีสันของชุดเอาท์ดอร์ถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม ความเท่ของการแต่งกายจึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ
ทว่า คำว่าแฟชั่นก็ไม่ใช่บทสรุปทั้งหมดของ "ชุดเดินป่า" เสมอไป เพราะเมื่อคุณก้าวเท้าออกจากเมืองและมุ่งหน้าเข้าสู่ผืนป่า ความท้าทายและความสมบุกสมบันของเส้นทางธรรมชาติ จะเป็นตัวกำหนดให้ชุดที่คุณสวมใส่ ต้องมอบฟังก์ชันที่เหนือไปกว่าแค่ "ความสวยงาม"
นักเดินทางมือใหม่หรือนักเดินป่าหลายท่าน อาจจะยังมองว่าเรื่องเสื้อผ้าไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรนักเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ บางคนอาจจะตั้งใจเลือกชุดที่เน้นถ่ายรูปออกมาสวยสะดุดตาที่สุดเป็นหลัก หรือบางคนก็คิดง่ายๆ ว่าแค่หยิบเสื้อยืดผ้าฝ้ายตัวโปรดที่ใส่สบาย หรือกางเกงตัวเก่งจากตู้เสื้อผ้าที่บ้านมาสวมใส่ ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการออกทริป
แต่ในความเป็นจริงบนเส้นทางธรรมชาติ เสื้อผ้าไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ปกปิดร่างกายหรือสร้างความมั่นใจ แต่มันคือ "ปราการด่านแรก" ที่จะคอยปกป้องร่างกายของเราจากสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ ธรรมชาติไม่ได้มีแค่ฉากหลังที่สวยงาม แต่ยังแฝงไปด้วยอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความร้อนชื้นที่ทำให้เหงื่อไคลเปียกชุ่ม กิ่งไม้แหลมคมและหนามที่พร้อมจะขีดข่วนผิวหนัง แมลงสัตว์กัดต่อยที่ซ่อนตัวอยู่ตามพงหญ้า ไปจนถึงอุณหภูมิที่อาจลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนหนาวเย็นจับใจเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
เช่นเดียวกับการเลือกลงทุนในเต็นท์หรือกระเป๋าเป้ดีๆ สักใบ การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับกิจกรรมเอาท์ดอร์ ทั้งในเรื่องของเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แห้งไว น้ำหนักเบา และเอื้อต่อการเคลื่อนไหว—จะช่วยยกระดับความสะดวกสบาย ลดความเหนื่อยล้า และทำให้ประสบการณ์การเดินป่าของคุณสนุก ปลอดภัย และน่าประทับใจมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
เริ่มต้นกันที่ไอเทมชิ้นแรกที่แนบชิดกับผิวเรามากที่สุดอย่าง "เสื้อ"
ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปรับอากาศส่วนตัวของร่างกาย
เริ่มต้นกันที่ไอเทมชิ้นแรกที่แนบชิดกับผิวเรามากที่สุดอย่าง "เสื้อ"
ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปรับอากาศส่วนตัวของร่างกาย
ในการเลือกเสื้อที่เราจะใช้ใส่เดินป่า อาจจะมองได้ 2 มุม คือการเลือกวัสดุเส้นใยและลักษณะของเสื้อ ในชีวิตประจำวันของเรา เราอาจจะใส่เสื้อที่เป็นผ้าฝ้ายกันอยู่บ่อยๆ เพราะว่าสวมใส่ได้สบาย เนื้อผ้ามีความนุ่มและทรงสวย แต่เสื้อผ้าฝ้าย นั้นไม่ค่อยเหมาะกับการเดินป่า ซึ่งเราต้องออกแรงและมีเหงื่อมาก ข้อเสียของผ้าฝ้ายคือค่อนข้างอมความชื้นและแห้งได้ช้า ทำให้การระบายอากาศไม่ดีนัก เมื่อเรามีเหงื่อมาก จะทำให้อึดอัดและไม่สบายตัว จึงไม่เหมาะในการใส่เดินป่า
วัสดุเสื้อที่เป็นกลุ่มใยสังเคราะห์ต่างๆ จะให้คุณสมบัติในการระบายเหงื่อที่ดีกว่าและแห้งเร็วกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใส่เดิน นอกจากระบายอากาศดีกว่าแล้วยังมีน้ำหนักเบากว่าอีกด้วย โดยใยสังเคราะห์ที่มักนำมาทำเสื้อสำหรับการเดินป่าจะมีอยู่ 2 วัสดุหลักๆ คือ Polyester และ Polyamide ซึ่ง 2 วัสดุนี้ มีคุณสมบัติดึงความชื้นออกจากผิวหนังเพื่อระเหยออกสู่ภายนอก (Moisture-wicking) ทำให้เสื้อแห้งไวและร่างกายรู้สึกเย็นสบายอยู่เสมอ โดย Polyester จะแห้งเร็วกว่า ส่วน Polyamide อาจจะแห้งช้ากว่าเล็กน้อย แต่จะให้ความทนทานที่มากกว่า เหมาะสำหรับการเดินป่าในเส้นทางที่จริงจัง
นอกจากวัสดุใยสังเคราะห์ที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว อีกวัสดุที่เหมาะมากสำหรับการเดินป่าคือเสื้อขนแกะ (Wool) ครับ พอพูดถึงขนแกะ หลายๆ คนจะนึกถึงเสื้อหนาว หรือเสื้อ Sweater แต่จริงๆ แล้ว เสื้อยืดที่ทำด้วยขนแกะ เป็นเสื้อที่เหมาะมากสำหรับการเดินป่า เพราะนอกจากจะระบายอากาศได้ดีและแห้งไวแบบผ้าใยสังเคราะห์แล้ว ยังสามารถกักเก็บความอบอุ่นเมื่ออากาศเย็นได้อีกด้วย นั่นคือใส่ได้สบายทั้งในอากาศร้อน และรู้สึกอบอุ่นในอากาศเย็น เนื้อเส้นใยเองก็นุ่ม ทำให้สวมใส่สบายตัว นอกจากนั้นยังมีความพิเศษที่ต้านทานแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นอับได้ตามธรรมชาติ ทำให้มีกลิ่นน้อยกว่าเสื้อวัสดุอื่นๆ เหมาะมากสำหรับทริปที่ต้องใส่เสื้อตัวเดิมซ้ำหลายวัน
อย่างที่ได้อธิบายไปด้านบนครับว่า วัสดุที่เหมาะสำหรับการเดินป่าจริงๆ จะมีอยู่ 3 ชนิดคือ Polyester, Polyamide และขนแกะ (Wool) ซึ่งก็แล้วแต่ครับว่าเราให้ความสำคัญกับจุดเด่นตรงไหนมากกว่ากัน หากต้องการแห้งเร็วที่สุด แนะนำเป็น Polyester ถ้าเน้นความทนทานต้อง Polyamide แต่ถ้าชอบแบบใส่สบายและมีกลิ่นน้อย แนะนำเป็นเสื้อขนแกะเลยครับ
อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องนึกถึงก็คือจะใส่เสื้อแบบไหน เสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ต เสื้อแขนยาวหรือแขนสั้น การเลือกว่าเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ต ตรงนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ เสื้อยืดก็ใส่สบาย เสื้อเชิ้ตก็ให้ความเท่ ถ้าเราเลือกเสื้อจากวัสดุที่เหมาะสมแล้วแบบเสื้อก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเรา แต่ถ้าเลือกเป็นเสื้อเชิ้ต แนะนำให้มองหาเสื้อที่มีความยืดหยุ่น ไม่รัดแน่นจนอึดอัด และควรมีช่องระบายอากาศ (Vents) ที่ด้านหลังหรือใต้รักแร้ด้วยครับ เพราะจะใส่ได้สบายกว่า
ส่วนการเลือกเสื้อแขนสั้นหรือยาว ก็อาจจะต้องเลือกจากเส้นทางที่เราจะไป ในเส้นทางทั่วไปเราสามารถใส่ได้ทั้งแขนสั้นและแขนยาว แต่สำหรับเส้นทางป่าดิบชื้นของบ้านเรา เสื้อแขนยาวมักเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและใช้งานได้ครอบคลุมกว่ามาก เพราะช่วยปกป้องผิวของคุณจากกิ่งไม้เกี่ยว หญ้าบาด แมลงสัตว์กัดต่อย และแสงแดดที่แผดเผา โดยเราสามารถพับแขนขึ้นได้เมื่อรู้สึกร้อน
หลังจากที่เราจัดการกับเสื้อที่ช่วยระบายความร้อนช่วงบนกันไปแล้ว ก็ถึงคิวของ "กางเกง" ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องรับบทหนักที่สุดในการพาร่างกายเราก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ บนเส้นทาง
สำหรับวัสดุของกางเกงที่จะใส่ไปเดินป่านั้น เราบอกลากางเกงยีนส์ไปได้เลย เพราะถึงแม้จะทนทาน แต่ให้ความยืดหยุ่นน้อยมาก และที่สำคัญคือเมื่อเปียกเหงื่อหรือน้ำ มันจะอมน้ำจนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น กางเกงที่เราใส่ไปเดินป่า แน่นอนว่าเราต้องเน้นที่ความทนทาน แต่ต้องมีความคล่องตัวด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งสองอย่างนี้มักจะอยู่ตรงข้ามกัน วัสดุที่ทนก็อาจจะยืดหยุ่นน้อย และวัสดุที่ยืดหยุ่นมากก็จะขาดได้ง่ายกว่า ทำให้กางเกงสำหรับการเดินป่าส่วนใหญ่จะผลิตด้วยผ้ามากกว่าหนึ่งชนิด
กางเกงเดินป่าคุณภาพดีหลายๆ รุ่น จะใช้ผ้าที่ทนทานในการผลิต แต่จะเสริมส่วนที่เป็นผ้ายืดเข้าไปในส่วนที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น หัวเข่าหรือต้นขา การออกแบบลักษณะนี้ทำให้เราได้ทั้งความทนทานและความยืดหยุ่นที่ลงตัว นอกจากนั้นส่วนที่อาจจะต้องมีการเสียดสีมากเช่นบริเวณบั้นท้ายหรือหัวเข่า ก็จะมีการเสริมผ้าที่ทนทานเป็นพิเศษเข้าไปด้วยเช่นกัน
ถุงเท้า ส่วนเล็กๆที่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
เสื้อผ้าสำหรับการเดินป่าอีกหนึ่งชิ้นที่หลายคนมักจะมองข้ามไป คือถุงเท้าครับ การเลือกถุงเท้าที่ออกแบบสำหรับการเดินป่าโดยเฉพาะ เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก เพราะสิ่งที่หลายคนกลัวที่สุดเวลาไปเดินป่าคือการเกิดตุ่มพอง (Blister) ครับ ซึ่งถึงแม้เราจะเลือกรองเท้าเดินป่ามาเป็นอย่างดี แต่หากใช้ถุงเท้าที่ไม่เหมาะสม เท้าเราก็มีโอกาสที่จะเกิดเป็นตุ่มพองได้ง่าย
ปัจจัยของการเกิดตุ่มพองคือเท้าที่เปียกชื้นและการเสียดสี ซึ่งเราสามารถลดปัจจัยทั้งสองอย่างนี้ได้จากการเลือกใช้ถุงเท้าเดินป่าอย่างถูกต้อง
อย่างแรกคือการเปียกชื้นของเท้า ซึ่งก็มักจะเกิดจากเหงื่อที่บริเวณเท้า ถุงเท้าเดินป่าคุณภาพดีจะทำจากวัสดุที่ไม่อมความชื้นและสามารถแห้งได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็น Polyester หรือขนแกะ (Wool) ทำให้สามารถระบายความชื้นออกจากเท้าได้เร็วขึ้น และเช่นเดียวกันกับเรื่องเสื้อที่เราคุยกันไปก่อนหน้านี้ ถุงเท้าที่เป็นขนแกะ ก็จะเก็บกลิ่นน้อยกว่า พูดง่ายๆ ว่าจะเหม็นน้อยกว่านั่นเอง สำหรับใครที่เท้าเหงื่อเยอะหรือมีกลิ่นได้ง่าย แนะนำถุงเท้าขนแกะเลยครับ อาจจะยังมีกลิ่นอยู่บ้าง แต่น้อยลงแบบรู้สึกได้
อีกปัจจัยหนึ่งของการเกิดตุ่มพองคือการเสียดสีของเท้า ดังนั้นถุงเท้าเดินป่าจึงออกแบบมาเพื่อช่วยลดการเสียดสี ถุงเท้าทั่วไปจะมีตะเข็บอยู่ตรงบริเวณโคนนิ้วเท้า ซึ่งเวลาเราใส่เดินในเมืองปกติเราแทบจะไม่รู้สึก แต่เวลาที่เราต้องใส่เดินป่าต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง เท้าเราจะบวมขึ้น แล้วตะเข็บตรงนี้จะเสียดสีกับเท้า ส่งผลให้เกิดการพองได้ง่าย การใช้ถุงเท้าเดินป่าแบบที่ไม่มีตะเข็บจะช่วยป้องกันตรงนี้ได้ครับ และเช่นเดียวกันเมื่อเราต้องเดินต่อเนื่องเป็นเวลานาน บางส่วนของเท้าก็ต้องรับแรงกดหรือการเสียดสีที่มากกว่าจุดอื่น ถุงเท้าเดินป่าจะมีการเสริมความหนาในจุดเหล่านี้เช่นบริเวณส้นเท้าและตาตุ่ม ช่วยลดโอกาสการพองของเท้าเราได้
ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกเครื่องแต่งกายสำหรับการเดินป่าไม่ใช่เพียงเรื่องของแฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่มีความสำคัญไม่แพ้เต็นท์หรือกระเป๋าเป้ ตั้งแต่การเลือกเสื้อ กางเกง และถุงเท้า ที่เน้นวัสดุที่ระบายอากาศ แห้งไว ยืดหยุ่น และทนทานต่ออุปสรรคบนเส้นทาง ทุกรายละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนทำงานประสานกันเพื่อมอบความคล่องตัว ลดความเหนื่อยล้า และป้องกันการบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อร่างกายของเราได้รับการปกป้องและรู้สึกสบายตัวแล้ว เราก็จะสามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีสมาธิดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติรอบตัวได้อย่างเต็มอิ่มในทุกการเดินทางครับ










No comments